สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ต้องห้าม สำคัญของโลก

แสงเหนือระเบิดสี ไอซ์แลนด์

เกิดอะไรขึ้นกับแสงเหนือปีนี้ ทำไมถึงสว่างกว่าปกติจนคนทั้งโลกจับตา?

แสงเหนือ กลายเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หลังพายุสุริยะขนาดกลาง–ใหญ่พุ่งชนสนามแม่เหล็กโลกโดยตรง ทำให้เกิดการเรืองแสงออโรร่าที่ไอซ์แลนด์แบบเข้มข้นจนแทบสว่างทั้งท้องฟ้า นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าค่าดัชนี Kp พุ่งขึ้นไปแตะระดับที่ทำให้แสงออโรร่าสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ไม่ใช้กล้องถ่ายรูป ส่งผลให้นักล่าภาพและนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเหนือพื้นที่ชายฝั่งทางใต้ของประเทศ โดยเฉพาะเมือง Vik และพื้นที่ลานน้ำแข็งใกล้โจกุลซาลอนที่ฟ้าเปิดเห็นชั้นออโรร่าสีเขียว–ม่วงไหลเป็นระลอกทับซ้อนเหมือนม่านผ้าขนาดยักษ์ จากข้อมูลของสถาบันอวกาศยุโรป ระบุว่าความเข้มของออโรร่าครั้งนี้มากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 20–30% ทำให้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจมีโอกาสเห็นการปะทุอีกครั้งในคืนถัดไป ถ้าสภาพอากาศเปิด ถือเป็นช่วงเวลาทองที่หายากมากสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความงดงามของท้องฟ้าเหนือโลกแบบใกล้ชิด

สัญญาณพายุสุริยะเริ่มแรงขึ้นจริงหรือ? ผู้เชี่ยวชาญไขที่มาแสงเหนือสีจัดจ้านเกินปกติ

การปะทุของแสงเหนือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเหตุการณ์สุ่ม แต่เกิดจากกิจกรรมของดวงอาทิตย์ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงพลังงานสูง ซึ่งทำให้พายุสุริยะเกิดบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้น นักดาราศาสตร์เผยว่ากลุ่มจุดดับบนดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ทำให้มีการปล่อยพลาสมาและอนุภาคพลังงานสูงพุ่งออกมาสู่พื้นโลกจำนวนมากกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา เมื่ออนุภาคเหล่านี้วิ่งเข้าสู่สนามแม่เหล็กโลก จะเกิดการชนกับก๊าซในชั้นบรรยากาศจนปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงสีเขียว ม่วง หรือแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “แสงเหนือ” ความแรงที่เห็นในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณว่ารอบสุริยะปีนี้มีแนวโน้มทำให้เกิดออโรร่าบ่อยและสว่างขึ้น การคาดการณ์ล่าสุดยังชี้อีกว่าอาจเกิดออโรร่าเห็นได้ถึงสกอตแลนด์หรือบางพื้นที่ของแคนาดาตอนใต้ หากค่าปะทุยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ความตื่นเต้นจึงเพิ่มขึ้น เพราะนี่คือโอกาสของนักชมฟ้าที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นออโรร่าแบบเต็มตา

นักท่องเที่ยวแห่จองไอซ์แลนด์พุ่ง 300% คืนเดียว หลังคลิปแสงเหนือกลายเป็นไวรัลโลก

ทันทีที่ภาพแสงเหนือสีเขียว–ม่วงแบบเข้มจัดแพร่กระจายบนโซเชียล การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด เว็บไซต์จองที่พักหลายแห่งรายงานว่าอัตราการจองในเขตใกล้จุดชมแสงเหนือเพิ่มขึ้นมากกว่า 300% ภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมง ขณะที่ทัวร์ไล่ล่าออโรร่าในเมืองเรคยาวิกถูกจองเต็มจนต้องเพิ่มรอบพิเศษเพื่อรองรับความต้องการ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเผยว่าเหตุผลคือ “โอกาสแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี” เพราะการเห็นแสงเหนือระดับเข้มสุดต้องอาศัยทั้งอากาศเปิด พายุสุริยะที่แรง และตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยที่มักไม่เกิดพร้อมกัน การที่ครั้งนี้ทุกอย่างลงล็อก จึงทำให้หลายคนรีบตัดสินใจเดินทางทันที ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระบุว่าช่วงสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นออโรร่าสูงสุดของปี ผู้คนจำนวนมากเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “คืนแห่งฟ้าเต้น” เพราะแสงเหนือเคลื่อนไหวเป็นริ้วสวยงามจนเหมือนภาพยนตร์ไซไฟ การแชร์ต่ออย่างรวดเร็วทำให้กลายเป็นข่าวระดับโลกในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

เตรียมตัวยังไงถ้าอยากเห็นแสงเหนือแรงๆ แบบครั้งนี้? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำครบทุกข้อ

สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสแสงเหนือคุณภาพระดับเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าต้องเลือกช่วงเวลาที่พายุสุริยะกำลังปะทุ โดยสามารถตรวจสอบค่าดัชนี Kp ผ่านแอปพยากรณ์ออโรร่า ซึ่งหากตัวเลขเกินระดับ 5 จะมีโอกาสเห็นแสงเหนือชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ควรเลือกจุดชมที่ห่างเมืองและไม่มีมลภาวะแสง เช่น ชายฝั่งตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ฟยอร์ดทางเหนือของนอร์เวย์ หรือเขตอาร์กติกของฟินแลนด์ หากเป็นมือใหม่ควรซื้อทัวร์ล่าออโรร่า ซึ่งจะมีไกด์นำทางไปยังจุดที่ฟ้าเปิดมากที่สุดในคืนนั้น ขณะเดียวกันเสื้อผ้าที่ต้องเตรียมควรเป็นแบบกันลมชั้นหนาเพราะอุณหภูมิอาจลดต่ำกว่า -10°C กล้องถ่ายรูปที่ตั้งค่าชัตเตอร์ได้จะทำให้เก็บภาพแสงเหนือได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญคือความอดทน เพราะบางคืนอาจต้องรอหลายชั่วโมงกว่าจะเห็นแสงปรากฏ ปิดท้ายด้วยข้อเตือนว่าไม่ควรบินโดรนในโซนล่าแสงเหนือ เนื่องจากอาจรบกวนสัญญาณจากคลื่นแม่เหล็กที่กำลังผันผวนช่วงพายุสุริยะ ( อ่านเพื่มเติม กัญชา )

Categories:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *