เมฆเลนทิคูลาร์คืออะไร? ทำไมภาพครั้งนี้ถึงฮือฮาไปทั่วโซเชียลในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
เมฆเลนทิคูลาร์ คือก้อนเมฆทรงเลนส์หรือทรงจานบินที่มักเกิดเฉพาะบริเวณยอดเขาสูง เมื่อกระแสลมแรงพัดผ่านภูเขา ทำให้เกิดคลื่นอากาศและเกิดการควบแน่นเป็นเมฆทรงแปลกตาซ้อนชั้นอย่างเป็นระเบียบ ล่าสุด เมฆเลนทิคูลาร์ขนาดมหึมาได้ปรากฏเหนือภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเช้าตรู่ ส่งผลให้ท้องฟ้าเหนือภูเขาดูราวกับยานแม่ขนาดยักษ์ลอยนิ่งอยู่เหนือยอดเขา ภาพที่ถูกถ่ายโดยนักท่องเที่ยวเผยให้เห็นเมฆซ้อนกันมากถึง 4–5 ชั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่พบค่อนข้างยากเพราะต้องอาศัยสภาพลม บรรยากาศ และอุณหภูมิที่เหมาะเจาะพร้อมกัน ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเรียกว่า “UFO Cloud” อย่างเป็นเอกฉันท์ สิ่งที่ทำให้ผู้คนตื่นตาคือเมฆมีสีทองอมส้มสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้า ทำให้รูปทรงดูมีมิติและโดดเด่นราวกับงาน CGI ในภาพยนตร์ไซไฟ ความพิเศษของครั้งนี้คือเกิดตรงช่วงที่ท้องฟ้าเปิดเต็มที่ ทำให้เห็นเมฆชัดเจนแบบไม่มีสิ่งใดบดบัง ถือเป็นหนึ่งในภาพธรรมชาติที่หาดูยากที่สุดของปี
ผู้เชี่ยวชาญเผยที่มาเมฆทรงจานบิน – ลมแรง + ความชื้น + อุณหภูมิ = สูตรลับความหายาก
นักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่าเมฆเลนทิคูลาร์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อกระแสลมที่พัดผ่านภูเขามีความเร็วสม่ำเสมอและก่อให้เกิดคลื่นอากาศด้านหลังยอดเขา เมื่ออากาศที่ยกตัวขึ้นเย็นลงอย่างรวดเร็วจะกลายสภาพเป็นเมฆที่มีรูปร่างโค้งมนคล้ายเลนส์ หากสภาพบรรยากาศมีความเสถียรมากพอ เมฆจะซ้อนตัวกันเป็นหลายชั้นเหมือนการวางจานเรียงกันทีละชั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมฆชนิดนี้ถึงเกิดไม่บ่อย และยิ่งเกิดหลายชั้นพร้อมกันยิ่งหายาก การปรากฏครั้งนี้เหนือฟูจิเกิดขึ้นเพราะลมตะวันตกเฉียงเหนือมีความเร็วค่อนข้างสูงในระดับเดียวกันหลายชั่วโมงติดต่อกัน ประกอบกับอากาศเย็นจัดจากเทือกเขาและความชื้นที่พอเหมาะ ทำให้เกิดเมฆรูปทรงสวยสมบูรณ์แบบจนผู้เชี่ยวชาญยังยอมรับว่าเป็นหนึ่งในภาพที่ “หายากระดับปีละครั้งหรือสองครั้ง” นักถ่ายภาพธรรมชาติได้ชี้ว่าการเกิดเมฆชั้นแน่นแบบนี้ มีโอกาสเกิดไม่ถึง 5% ตลอดฤดูหนาว ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งล้ำค่าขึ้นไปอีก
โซเชียลแห่แชร์ภาพ “UFO Cloud” เหนือฟูจิ นักท่องเที่ยวแห่จองทัวร์เพิ่มทันทีเกือบ 500%
ภาพเมฆเลนทิคูลาร์ครั้งนี้กลายเป็นกระแสไวรัลในญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลามไปทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram หรือ X (Twitter) ต่างเต็มไปด้วยภาพและวิดีโอเมฆที่ลอยเหนือยอดฟูจิอย่างสง่างาม บางภาพถูกนำไปตัดต่อเป็นฉากหนังเอเลี่ยนแบบขำ ๆ จนกลายเป็นมีมที่แชร์กันไม่หยุด คำว่า #UFOCloud และ #MountFuji ขึ้นเทรนด์พร้อมกันในหลายประเทศ ด้านธุรกิจท่องเที่ยวก็ได้รับผลตอบรับอย่างเห็นได้ชัด เว็บไซต์จองทัวร์ภูเขาไฟฟูจิรายงานว่ายอดจองทริปชมปรากฏการณ์ธรรมชาติและไล่ล่าเมฆทรงจานบินเพิ่มขึ้นมากกว่า 500% ภายใน 24 ชั่วโมง บางบริษัทต้องเพิ่มจำนวนไกด์แบบฉุกเฉินเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการลุ้นเห็นปรากฏการณ์อีกครั้ง ขณะเดียวกันสื่อทีวีญี่ปุ่นยังรายงานว่าชาวบ้านหลายคนออกมาชมเมฆด้วยความตื่นเต้น เพราะถึงแม้พวกเขาอยู่ใกล้ภูเขาฟูจิมาทั้งชีวิต แต่เหตุการณ์ที่เห็นเมฆหลายชั้นสวยงามแบบนี้ถือว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้น
ถ้าอยากเห็นเมฆทรงจานบินกับตาฟังทางนี้ – ช่วงเวลา จุดชม และสภาพอากาศที่ต้องรอ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากต้องการชมเมฆเลนทิคูลาร์แบบสวยเต็มฟอร์ม ควรเลือกช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงที่กระแสลมแรงและมีความเสถียรมากที่สุด โดยเฉพาะระหว่างเดือนธันวาคม–มีนาคม จุดชมที่ฮิตคือบริเวณทะเลสาบคาวากูจิโกะและชินฟูจิ ซึ่งสามารถเห็นเมฆได้ชัดเพราะไม่มีตึกหรือสิ่งกีดขวางทัศนวิสัย ควรตรวจสอบพยากรณ์ลมให้มีความเร็วคงที่ประมาณ 20–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกับความชื้นระดับปานกลาง เพราะหากลมกระโชกแรงเกินไป เมฆจะไม่ก่อตัวเป็นเลนส์สวยงาม ผู้ที่อยากถ่ายภาพควรเตรียมเลนส์เทเลโฟโต้และขาตั้งกล้องเพื่อเก็บรายละเอียดของชั้นเมฆให้คมที่สุด ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเช้า 06.00–08.00 น. และตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงทองจะทำให้เมฆดูมีมิติ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ โชค เพราะแม้จะมีทุกปัจจัยครบ แต่การเกิดเมฆเลนทิคูลาร์ชัดเจนหลายชั้นแบบครั้งนี้ถือว่าหายากมากในรอบปี ( อ่านเพื่มเติม เว็บข่าว )







ใส่ความเห็น